จะทำเว็บร้านค้าออนไลน์ต้องเตรียมอะไรบ้าง ฉบับครบจบ
E-Commerce

จะทำเว็บร้านค้าออนไลน์ต้องเตรียมอะไรบ้าง ฉบับครบจบ

รวมทุกอย่างที่ต้องเตรียมก่อนทำเว็บร้านค้าออนไลน์ ตั้งแต่สินค้า รูปภาพ ระบบชำระเงิน ไปจนถึงการตั้งค่าภาษีและจัดส่ง

18 กุมภาพันธ์ 2568อ่าน 9 นาทีWAENWEB Blog

ทำเว็บขายของมันไม่ใช่แค่เปิดร้านแล้วรอลูกค้า

ผมเจอเจ้าของร้านหลายคนที่มาหาด้วยประโยคว่า "อยากทำเว็บขายของ เริ่มยังไงดีพี่?" แล้วก็แปลกใจมากเมื่อรู้ว่าต้องเตรียมข้อมูลเยอะขนาดนี้ก่อนเริ่มทำ

จริงๆ เว็บ e-commerce ที่ดีมันต้องคิดหลายอย่างมากกว่าแค่ "ออกแบบให้สวย" ครับ บทความนี้จะ checklist ให้ครบเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

1. ข้อมูลธุรกิจที่ต้องมีก่อน

ชื่อร้านและ brand identity

ดูเหมือนพื้นฐาน แต่หลายคนพอทำเว็บจริงถึงรู้ว่ายังไม่มีโลโก้ความละเอียดสูง หรือยังไม่ได้คิดว่า brand สีคืออะไร ถ้ายังไม่มีตรงนี้ ทำไปก็จะแก้ทีหลังครับ เสียเวลาทั้งคู่

นโยบายร้าน

นโยบายคืนสินค้า, เงื่อนไขรับประกัน, นโยบายจัดส่ง ต้องคิดไว้ก่อนนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เพราะลูกค้าออนไลน์เขาอ่านตรงนี้ก่อนตัดสินใจซื้อด้วย ร้านที่ไม่มีนโยบายชัดเจนดูไม่น่าเชื่อถือ

2. ข้อมูลสินค้า — ยิ่งละเอียดยิ่งดี

สิ่งที่ต้องมีสำหรับสินค้าแต่ละชิ้น:

  • ชื่อสินค้า (ชื่อเต็มที่ค้นหาใน Google ได้ด้วย)
  • รายละเอียดสินค้าแบบละเอียดจริงๆ ไม่ใช่แค่ copy มาจากผู้ผลิต
  • ราคาปกติและราคาโปรโมชัน
  • น้ำหนักและขนาด (สำหรับคำนวณค่าส่ง)
  • จำนวน stock
  • variant ต่างๆ เช่น สี ขนาด

เรื่องรูปภาพสินค้า ห้ามมองข้าม

นี่คือสิ่งที่ทำให้ขายได้หรือไม่ได้ครับ ลูกค้าออนไลน์ซื้อด้วยตา เขาจับสินค้าไม่ได้ ดมไม่ได้ ลองใส่ไม่ได้ รูปดีคือทุกอย่าง

แนะนำให้มีอย่างน้อย:

  • รูปสินค้าบนพื้นขาว 2-3 มุม ขนาดอย่างน้อย 1000x1000px
  • รูปสินค้าในบริบทการใช้งานจริง (lifestyle shot)
  • รูปที่แสดงสเกลหรือขนาดเทียบกับอะไรสักอย่าง

ถ่ายรูปมือถือก็ได้ครับ แต่ต้องแสงดี พื้นหลังสะอาด อย่าโยกมือ

3. ระบบชำระเงิน

ในไทยตอนนี้ลูกค้าคาดหวังหลายช่องทางมากครับ ถ้ามีแค่โอนธนาคารอย่างเดียวก็หายลูกค้าไปส่วนหนึ่งแล้ว

โอนธนาคาร / PromptPay

ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ต้องตรวจสลิปเอง ถ้าออเดอร์เยอะก็เหนื่อยมาก ตอนนี้มี service ตรวจสลิปอัตโนมัติด้วยนะครับ

บัตรเครดิต / เดบิต

ต้องใช้ Payment Gateway เช่น Omise หรือ GBPrimePay ค่าธรรมเนียมประมาณ 3-4% ต่อ transaction แต่ลูกค้าหลายคนสะดวกมากกว่า โดยเฉพาะซื้อของราคาสูง

COD (เก็บเงินปลายทาง)

ลูกค้าชอบมากครับ แต่ความเสี่ยงคือเขาอาจปฏิเสธรับพัสดุ ค่าส่งไปกลับคุณรับเอง คิดดูว่าธุรกิจคุณรับความเสี่ยงนี้ได้ไหม

4. การจัดส่ง

เลือก shipping ที่เหมาะกับสินค้า

สินค้าเล็กน้ำหนักน้อย Flash Express หรือ J&T ราคาถูกดีครับ สินค้าใหญ่หรือเปราะบางอาจต้องใช้ Kerry ที่เชื่อถือได้กว่า สินค้าที่ต้องการความเร็ว Kerry หรือ DHL ดีกว่า

กำหนดนโยบายค่าส่งให้ชัด

ฟรีค่าส่งเมื่อซื้อครบเท่าไหร่? ต่างจังหวัดคิดเพิ่มไหม? ส่งต่างประเทศด้วยไหม? คิดไว้ให้หมดก่อนครับ เพราะแก้ทีหลังทำให้ลูกค้าสับสน

5. Content ที่ต้องเตรียม

หลายคนคิดว่าทำเว็บเสร็จก็เปิดร้านได้เลย แต่จริงๆ ยังต้องมี:

  • banner หน้าหลักที่สื่อสารว่าร้านนี้ขายอะไร ใครคือลูกค้า
  • เรื่องราวของร้าน (About us) ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึก connect กับแบรนด์
  • คำถามที่พบบ่อย เพื่อลด message ซ้ำๆ

6. เครื่องมือที่ต้องตั้งค่าหลังเปิดร้าน

  • Google Analytics — ต้องรู้ว่าลูกค้ามาจากไหน สินค้าไหนดู สินค้าไหนซื้อ
  • Facebook Pixel — ถ้าจะยิงโฆษณา Facebook อนาคต ต้องติด Pixel ไว้ก่อน ยิ่งเก็บข้อมูลนาน ยิ่งยิงโฆษณาได้แม่น
  • Google Search Console — ดูว่าคนหาเจอร้านคุณด้วยคำอะไร

Checklist ก่อนกด "เปิดร้าน"

  • โลโก้ความละเอียดสูง ✓
  • รูปสินค้าครบทุกตัว ✓
  • ราคาและ stock พร้อม ✓
  • ระบบชำระเงินทดสอบแล้ว ✓
  • ทดสอบสั่งซื้อจริงทุกขั้นตอน ✓
  • นโยบายคืนสินค้าและจัดส่งชัดเจน ✓
  • Google Analytics ติดไว้แล้ว ✓

WAENWEB ช่วยทำเว็บร้านค้าออนไลน์ครบวงจรครับ ตั้งแต่ออกแบบ พัฒนา ตั้งค่าระบบชำระเงิน ไปจนถึงสอนใช้งาน ถ้าสนใจก็ทักมาคุยได้เลย ไม่ขายของก่อนนะ

WAENWEB Studio

สนใจทำเว็บไซต์? ปรึกษาฟรีได้เลย

รับทำเว็บ WordPress ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท ออกแบบสวย SEO ดี รองรับมือถือ

💬 คุยกับเราทาง Line